(ปุ.) ขันธปัญจกเป็นแดนเกิดแห่งอัสมิมานะว่าอันว่าตน, กายอันเป็นแดนเกิดแห่งนนามว่าอันว่าตน, ความเป็นแห่งตน, กาย, ร่างกาย, รูป, อัตภาพ (ลักษณะความเป็นตัวตน), อาตมภาพ (อาดตะมะภาพ)เป็นคำพูดแทนตัวพระสงฆ์ซึ่งใช้พูดกับผู้มีศักดิ์, อาตมา (อาดตะมา)เป็นคำแทนตัวพระสงฆ์ตรงกับคำว่าฉันข้าพเจ้าใช้พูดกับคนทั่วไปทั้งชายและหญิง. ส. อาตฺมภาว.
เม
ส. แก่ข้าพเจ้า
ข้าพเจ้า
[ข้าพะเจ้า] ส. คําใช้แทนตัวผู้พูด มักใช้อย่างเป็นทางการ, เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๑.
คาถา
(อิต.) วาจาของบุคคลผู้มีปรีชา, คำของ บุคคลผู้มีปรีชา, วาจาอันบัณฑิตผูกไว้, สัททชาติอัณบัณฑิตกล่าว, ลำนำ (บทเพลง ที่เป็นทำนอง), กลอน, บทกลอน, เพลง, เกียรติ, คาถา ชื่อคำประพันธ์ทางภาษา มคธ เรียกคำฉันท์ที่ครบ ๔ บาทว่า ๑ คาถา (ระเบียบเป็นเครื่องอันบัณฑิตขับ) ชื่อองค์ที่ ๔ ของนวังคสัตถุศาสน์. คา สทฺเท, โถ, อิตฺถิยํ, อา. ส. คาถา.
คาถา,คาถา ๑
น. คําประพันธ์ประเภทร้อยกรองในภาษาบาลี, อัตราของฉันท์ คือ ๔ บาท เรียกว่า คาถาหนึ่ง.
คาถา,คาถา ๒,คาถาอาคม
น. คําเสกที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์.
คาถาพัน
น. บทประพันธ์เรื่องมหาเวสสันดรชาดกที่แต่งเป็นคาถาภาษาบาลีล้วน ๆ พันบท, เรียกการเทศน์มหาเวสสันดรชาดกที่เป็นคาถาล้วน ๆ อย่างนี้ว่า เทศน์คาถาพัน.

3 ความคิดเห็น:
Phra Purohito
2026年4月5日 下午9:11
Permalink this comment
1
“ไม่ทราบ และไม่รู้ว่า แท็ก!พระไตรปิฎกกันเพราะเหตุไร? บ้าง
จะ เพราะจินตนาการยังไม่สมบูรณ์ หรืออะไร? ๑
หรือว่า แท็กเพราะต้องการช่วยคนที่เดือดร้อน ๑
หรือแท็ก เพราะว่าต้องการทำงานพระไตรปิฎก ๑
ดังนั้น! ขอเดาว่า หรือทายว่า ทุกอย่างควรต้องถูกพิสูจน์
แลดังนั้นเอง คำว่า ‘สำนัก’ ในพระไตรปิฎก ก็น่าจะถูกตรวจพิสูจน์
ว่า คำว่า ‘สำนัก’ ในพระไตรปิฎก มี ข้อพิรุธ ชำรุด!
หรือว่ามีการพิมพ์ผิด! เขียนผิด! ตรงไหน? หรือไม่ หรือว่า
อรรถะ พยัญชนะ ของคำว่า ‘สำนัก’ สมบูรณ์บริบูรณ์ครบถ้วน หรือยัง—
ไม่!สมบูรณ์บริบูรณ์ครบถ้วน เมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์แล้ว”
Phra Nathadatto
2026年4月11日 下午7:22
Permalink this comment
1
“ข้าพเจ้า ขอให้ การอ่านตรวจ การทำสมบูรณ์บริบูรณ์คำศัพท์ จากพระไตรปิฎก ได้รายได้ ได้ผลตอบแทน ดั่งที่ หนังสือ สาสนวังสัปปทีปิกา แสดงไว้ด้วยเถิด ที่กล่าวว่า ‘อกฺขรํ เอกเมกญฺจ พุทฺธรูปสมํ สิยา ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส ลิเขยฺย ปิฎกตฺตยํ’ ซึ่งแปลความว่า อักษรหนึ่งตัว เทียบเท่ากับพระพุทธรูปหนึ่งองค์เหตุนั้น บัณฑิต จึงควรสร้างพระไตรปิฎก
ก็ด้วยดั่งนั้นเอง ว่า ‘อกฺขรํ เอกเมกญฺจ พุทฺธรูปสมํ สิยา’ ดังนั้น ข้าพเจ้า พระนิรุตติ์ จิตฺตสํวโร โชติลิปิกร ขอผลรายได้ ขอผลตอบแทน ให้แก่ตนเอง และคนของตนเองด้วยเถิด ซึ่งคำสัตย์แท้ อันซึ่งพระคัมภีร์แสดงแล้ว ซึ่งส่วนนำ ที่มีแสดงอยู่โดยทั่วไป ที่สำแดงอยู่แล้ว ว่า ‘อกฺขรํ เอกเมกญฺจ พุทฺธรูปสมํ สิยา’ ข้าพระพุทธเจ้า และคนของข้าพระพุทธเจ้า ขอจงได้รับผลตอบแทน ค่าตอบแทนดังนั้น ซึ่งตามคุณค่า หรือมูลค่าของพระพุทธรูป ในปัจจุบันกาล และตลอดไป ด้วยเถิด”
Phra Upasanto
2026年4月18日 下午3:38
Permalink this comment
1
“To be useful, which is to know, is to know according to the documents and information of conventional truth that have been obtained in this way, because it has been checked and processed. If one deviates beyond this, it will be of no benefit; that is, there will be no benefit in the realm of knowing, which is knowing according to the information, knowing according to the intended meaning, the path of conventional truth as mentioned above. The aspiration, the hope that it will be as intended, in accordance with the information, that is, the result of the information, this is it.”
It is the desire to ignite the flame of ideology or the fire of ideals, meaning that one must willingly conform to creation in a way that is unbiased, and wholeheartedly accept the information that will create or produce the results. Therefore, acceptance is based on a defined perception, knowing according to the established principles of truth. Thus, in order to do good, it means that there must be things that connect, communicate, or collide, aiming for a specific result from their convergence, from one point to another, from one destination to another, or in other words, one IP address to another. This is the charge, the clue, the agent that generates the result, thus manifesting as such. ☺”
發佈留言